การประเมินสาระสำคัญ (Materiality Assessment)

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ให้ความสำคัญกับการประเมินและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Material Topics) ในฐานะกลไกหลักในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร ให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญตามแนวทาง GRI Standards 2021 โดยเฉพาะ GRI 3: Material Topics ซึ่งมุ่งพิจารณาผลกระทบที่องค์กรมีต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงสิทธิมนุษยชน (Impact Materiality) ควบคู่กับระดับอิทธิพลของแต่ละประเด็นต่อการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ลงทุน เพื่อให้การประเมินสะท้อนทั้งมิติผลกระทบเชิงความยั่งยืนและความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ได้อย่างรอบด้าน สอดคล้องกับแนวทางการประเมินของ FTSE Russell ที่ให้น้ำหนักกับประเด็น ESG อันมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการสร้างมูลค่าให้แก่องค์กร

กระบวนการกำหนดประเด็็นสำคััญด้้านความยั่งยืืนของ PSP

PSP เริ่มจัดทำการระบุและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในปี 2566 เป็นปีแรก และทบทวนเป็นประจำทุกปี ตามแนวทาง GRI 3: Material Topics 2021 ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรร่วมกับ GRI Standards

หมายเหตุ:

  • กระบวนการ 3 ขั้นตอนแรกเป็นการระบุและประเมินผลกระทบอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานประจำวัน ส่วนขั้นตอนที่ 4 เป็นการจัดลำดับเพื่อกำหนดประเด็นสำคัญสำหรับการรายงาน โดยนัยสำคัญของผลกระทบเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสิน และคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้ทบทวนและอนุมัติ
  • ปรับจาก GRI 3: Material Topics 2021 (Figure 2) ให้สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ของ PSP

ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ความเข้าใจบริบทขององค์กร

จัดทำภาพรวมระดับสูงของกิจกรรมทางธุรกิจ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (รวมถึงคู่ค้าและห่วงโซ่คุณค่าทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ) มีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย และบริบทด้านความยั่งยืนที่องค์กรดำเนินงานอยู่ โดยพิจารณาทั้งวิสัยทัศน์และพันธกิจ รูปแบบธุรกิจ ลักษณะอุตสาหกรรม ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนความท้าทายด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน รวมถึงกฎหมายและกรอบสากลที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม เช่น ILO, OECD Guidelines, UNGPs, Paris Agreement เป็นต้น ขั้นตอนนี้เป็นการวางฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการระบุผลกระทบ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน รวมถึงกลุ่มที่องค์กรไม่มีความสัมพันธ์โดยตรง เช่น แรงงานในห่วงโซ่อุปทานหรือชุมชนที่อยู่ห่างไกล

กิจกรรมหลัก (Primary activities) — 5 ด้าน

การบริหารปัจจัยการผลิต / โลจิสติกส์ขาเข้า (Inbound logistics)
สรรหาและคัดเลือกคู่ค้าที่จัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ, จัดส่งวัตถุดิบทั้งในและต่างประเทศ, วางแผนการจัดซื้อ, การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร, จัดหาเงินทุน อุปกรณ์และเทคโนโลยีการผลิต, วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนการขนส่ง จัดเก็บ และเบิกจ่ายวัตถุดิบ
การปฏิบัติการ (Operations)
วางแผนและดำเนินการผลิต, บรรจุผลิตภัณฑ์, ตรวจคุณภาพและมาตรฐาน, ซ่อมบำรุงและติดตั้งเครื่องจักร, พัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิต, ผลิตสินค้าตามที่ลูกค้ากำหนด และปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการ EIA
การกระจายสินค้าและบริการ / โลจิสติกส์ขาออก (Outbound logistics)
จัดเก็บสินค้าอย่างปลอดภัย, บริหารจัดการคลังสินค้า และบริหารการขนส่งสินค้า
การตลาดและการขาย (Marketing and Sales)
ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์, กำหนดราคา, บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า, จัดหาลูกค้าใหม่, นำเสนอสินค้าและบริการ และขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
การดูแลลูกค้า (Customer services)
รับประกันสินค้า, บริหารจัดการข้อร้องเรียน, ประเมินความพึงพอใจ และให้คำปรึกษา/แก้ไขปัญหาในผลิตภัณฑ์และบริการ

กิจกรรมสนับสนุน (Support activities)

หน่วยงานที่สนับสนุนการทำงานของกิจกรรมหลักทั้งหมด ได้แก่

บัญชีและการเงิน
การจัดซื้อจัดจ้าง
การบริหารทรัพยากรบุคคล
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
การบริหารจัดการความเสี่ยง
การบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ระบบสารสนเทศ (IT)
การตรวจสอบภายใน และการควบคุมมาตรฐานองค์กร

ขั้นตอนที่ 2 การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้น

ระบุผลกระทบขององค์กรต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และผู้คน ทั้งผลกระทบเชิงลบและเชิงบวก ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น การประเมินผลกระทบ การตรวจสอบทางกฎหมาย ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) กลไกรับเรื่องร้องเรียน และการปรึกษาผู้มีส่วนได้เสียและผู้เชี่ยวชาญ หากองค์กรมีทรัพยากรจำกัด ควรระบุผลกระทบเชิงลบก่อนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ บริษัทได้ทำการวิเคราะห์แยกระดับความเกี่ยวข้องขององค์กรกับผลกระทบเชิงลบเป็น 3 ลักษณะ คือ การก่อให้เกิด (cause), การมีส่วนทำให้เกิด (contribute) และการเชื่อมโยงโดยตรงผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (directly linked) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรมีหน้าที่จัดการและเยียวยาอย่างไร

ขั้นตอนที่ 3 การประเมินนัยสำคัญของผลกระทบ

ประเมินความสำคัญของผลกระทบแต่ละรายการเพื่อจัดลำดับ โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สำหรับผลกระทบเชิงลบ พิจารณาจาก "ความรุนแรง (Severity)" ซึ่งประกอบด้วย ขนาด (scale), ขอบเขต (scope) และความยากในการแก้ไขเยียวยา (irremediable character) ผนวกกับ "โอกาสที่จะเกิด (Likelihood)" สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ส่วนผลกระทบเชิงบวก พิจารณาจากขนาดและขอบเขตของประโยชน์ ทั้งนี้ ในกรณีผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ความรุนแรงจะมีน้ำหนักเหนือกว่าโอกาสที่จะเกิดเสมอ และต้องประเมินนัยสำคัญโดยเปรียบเทียบระหว่างผลกระทบต่าง ๆ ขององค์กรเอง ขั้นตอนนี้สามารถบูรณาการเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) ได้ หากระบบนั้นประเมินผลกระทบต่อภายนอกควบคู่กับความเสี่ยงต่อองค์กร

ขั้นตอนที่ 4 การจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบเพื่อการรายงาน

เรียงลำดับผลกระทบจากมากไปน้อยตามนัยสำคัญ จัดกลุ่มผลกระทบที่เกี่ยวข้องกันเป็น "ประเด็นที่มีนัยสำคัญ (Material Topic)" และมีการกำหนดเส้นแบ่ง (threshold) เพื่อรายงานประเด็นที่มีนัยสำคัญ จากนั้นบริษัทฯ มีการตรวจสอบความสอดคล้องกับประเด็นสำคัญใน GRI Sector Standards และผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงผู้ใช้ข้อมูล ก่อนการนำเสนอผลให้คณะกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงพิจารณาอนุมัติ

ผลการประเมินประเด็นสำคัญถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนเป็นกรอบในการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยั่งยืนและการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวได้รับการทบทวนเป็นประจำทุกปี และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเห็นชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นสำคัญที่กำหนดยังคงสะท้อนสถานการณ์ทางธุรกิจและบริบทภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร (PSP Materiality Matrix)

Governance & Economic
  1. Corporate Governance and Business Ethics
  2. Anti-Corruption
  3. Risk Management & Business Continuity Management
  4. Conflict and Security
  5. Business Development and Resilience
  6. Innovation
  7. Process Improvement
  8. Tax Management
  9. Procurement Practices & Supplier management
  10. Customer and Product Stewardship
Social
  1. Occupational Health and Safety
  2. Employee Management
  3. Employee Development
  4. Corporate Philanthropy
Environment
  1. GHG emissions
  2. Energy Management
  3. Water Management and Emissions
  4. Waste Management
  5. Biodiversity
  6. ESG Compliance

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ในฐานะกลไกสำคัญในการรับฟังมุมมอง ความคาดหวัง ข้อกังวล และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยตระหนักว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ การยกระดับการดำเนินงาน และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทฯ จึงกำหนดกรอบการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการระบุ จำแนก และจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเชื่อมโยงกับประเด็นความเสี่ยง ผลกระทบ และโอกาสที่อาจเกิดขึ้นในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการ

ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงจำแนกผู้มีส่วนได้เสีย ออกเป็น 9 กลุ่มหลัก ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ สื่อมวลชน และคู่แข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในแต่ละมิติ

เพื่อให้การมีส่วนร่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้ออกแบบช่องทางการสื่อสารและรูปแบบการมีส่วนร่วมให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม ผ่านทั้งการประชุมโดยตรง การสำรวจความคิดเห็น การประชุมผู้บริหารพบพนักงาน การประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมนักวิเคราะห์ การจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ การสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ อีเมล และช่องทางรับข้อร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนได้อย่างรอบด้าน

ข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับจากกระบวนการมีส่วนร่วมดังกล่าว จะถูกนำมาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงบริหาร เพื่อพัฒนากลยุทธ์องค์กร ปรับปรุงสินค้าและบริการ ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียและทิศทางการเติบโตของธุรกิจ

แนวทางการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การสื่อสารภายในองค์กร
  • การประชุมระหว่างผู้บริหารพบพนักงาน (Town Hall)
  • การประชุมพนักงานประจำเดือน
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ อินทราเน็ต และอีเมล
  • การประชุมคณะกรรมการสวัสดิการ
  • การสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรประจำปี
  • การจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียน

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • ทิศทางการดำเนินธุรกิจ
  • ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • จริยธรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ
  • คุณภาพชีวิตของพนักงาน
  • ค่าตอบแทน สวัสดิการ และผลประโยชน์ที่เหมาะสม
  • สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี
  • การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
  • การปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การกำกับดูแลกิจการ
  • จริยธรรมทางธุรกิจ
  • การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
  • นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • การดูแลพนักงาน
  • การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
  • สิทธิมนุษยชน

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าประจำปี
  • การจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ /กิจกรรมทางการตลาด
  • การพบปะและประชุมโดยตรงกับลูกค้า
  • การสื่อสารออนไลน์/อีเมล

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต
  • การบริการหลังการขาย
  • การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • การจัดการสิ่งแวดล้อม
  • การตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของลูกค้า
  • การรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า
  • การปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผลิตภัณฑ์
  • นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • ก๊าซเรือนกระจก
  • การจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ พลังงาน และขยะ
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • สิทธิมนุษยชน

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
  • การพบปะและประชุมโดยตรง
  • ช่องทางรับข้อเสนอแนะนำ หรือข้อร้องเรียน

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • การกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • จริยธรรมทางธุรกิจ
  • ความเสมอภาคในการทำธุรกิจ
  • กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสและเป็นธรรม
  • การรักษาข้อมูลความลับของคู่ค้า
  • การปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
  • การกำกับดูแลกิจการ
  • การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
  • สิทธิมนุษยชน
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • สิทธิมนุษยชน

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
  • ช่องทางสื่อสารอื่นๆเพื่อรับข้อแนะนำ หรือข้อร้องเรียน

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • ความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน
  • การปฏิบัติตามกฎหมายด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม
  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชนและสังคม
  • การสร้างเครือข่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคม

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การมีส่วนร่วมในชุมชน
  • กิจกรรมเพื่อสังคม
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การประชุมกรรมการในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
  • การนำเสนอข้อมูลเพื่อการลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • การประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นที่เป็นธรรมและเท่าเทียม
  • มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อเหตุการณ์
  • มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
  • มีผลการดำเนินงานที่ดีและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การกำกับดูแลกิจการ
  • การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
  • การบริหารจัดการความเสี่ยง และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การประชุมนักวิเคราะห์
  • การประชุมร่วมกับเจ้าหนี้
  • การเยี่ยมชมกิจการ
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • การปฏิบัติตามเงื่อนไขของการกู้เงินและหุ้นกู้
  • การบริหารจัดการความเสี่ยง

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • จริยธรรมทางธุรกิจ
  • การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
  • การบริหารจัดการความเสี่ยง และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การร่วมสนับสนุนโครงการที่จัดขึ้นโดยภาครัฐ
  • การเข้าร่วมในคณะทำงานของหน่วยงานภาครัฐ
  • การเยี่ยมชมกิจการ
  • การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่ต้องการ

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  • การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
  • การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การมีส่วนร่วมในชุมชน
  • กิจกรรมเพื่อสังคม
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การกำกับดูแลกิจการ
  • การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • ข่าวประชาสัมพันธ์/การแถลงข่าว
  • การสัมภาษณ์พิเศษตามที่สื่อต้องการ
  • การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่ต้องการ

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • การได้รับข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์
  • เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เท็จจริง
  • การปฏิบัติต่อสื่อมวลชนที่ดี

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การกำกับดูแลกิจการ
  • การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
  • การมีส่วนร่วมในชุมชน
  • กิจกรรมเพื่อสังคม

ช่องทางการมีส่วนร่วม

  • การประชุมร่วมกันที่องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับในอุตสาหกรรม
  • การร่วมกันทำงานเป็นเครือข่ายตามนโยบายภาครัฐ

ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย

  • การแข่งขันที่เป็นธรรม
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

  • การกำกับดูแลกิจการ
  • ความท้าทายและโอกาส
  • จริยธรรมทางธุรกิจ
  • การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น

ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความไว้วางใจ เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงได้อย่างยั่งยืน โดยเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กร การยกระดับการดำเนินงาน และการสร้างคุณค่าร่วมอย่างต่อเนื่องต่อไป