การประเมินสาระสำคัญและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
การประเมินสาระสำคัญ (Materiality Assessment)
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ให้ความสำคัญกับการประเมินและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Material Topics) ในฐานะกลไกหลักในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร ให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญตามแนวทาง GRI Standards 2021 โดยเฉพาะ GRI 3: Material Topics ซึ่งมุ่งพิจารณาผลกระทบที่องค์กรมีต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงสิทธิมนุษยชน (Impact Materiality) ควบคู่กับระดับอิทธิพลของแต่ละประเด็นต่อการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ลงทุน เพื่อให้การประเมินสะท้อนทั้งมิติผลกระทบเชิงความยั่งยืนและความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ได้อย่างรอบด้าน สอดคล้องกับแนวทางการประเมินของ FTSE Russell ที่ให้น้ำหนักกับประเด็น ESG อันมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการสร้างมูลค่าให้แก่องค์กร
กระบวนการกำหนดประเด็็นสำคััญด้้านความยั่งยืืนของ PSP
PSP เริ่มจัดทำการระบุและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในปี 2566 เป็นปีแรก และทบทวนเป็นประจำทุกปี ตามแนวทาง GRI 3: Material Topics 2021 ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรร่วมกับ GRI Standards
หมายเหตุ:
- กระบวนการ 3 ขั้นตอนแรกเป็นการระบุและประเมินผลกระทบอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานประจำวัน ส่วนขั้นตอนที่ 4 เป็นการจัดลำดับเพื่อกำหนดประเด็นสำคัญสำหรับการรายงาน โดยนัยสำคัญของผลกระทบเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสิน และคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้ทบทวนและอนุมัติ
- ปรับจาก GRI 3: Material Topics 2021 (Figure 2) ให้สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ของ PSP
ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ความเข้าใจบริบทขององค์กร
จัดทำภาพรวมระดับสูงของกิจกรรมทางธุรกิจ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (รวมถึงคู่ค้าและห่วงโซ่คุณค่าทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ) มีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย และบริบทด้านความยั่งยืนที่องค์กรดำเนินงานอยู่ โดยพิจารณาทั้งวิสัยทัศน์และพันธกิจ รูปแบบธุรกิจ ลักษณะอุตสาหกรรม ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนความท้าทายด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน รวมถึงกฎหมายและกรอบสากลที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม เช่น ILO, OECD Guidelines, UNGPs, Paris Agreement เป็นต้น ขั้นตอนนี้เป็นการวางฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการระบุผลกระทบ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน รวมถึงกลุ่มที่องค์กรไม่มีความสัมพันธ์โดยตรง เช่น แรงงานในห่วงโซ่อุปทานหรือชุมชนที่อยู่ห่างไกล
กิจกรรมหลัก (Primary activities) — 5 ด้าน
การบริหารปัจจัยการผลิต / โลจิสติกส์ขาเข้า (Inbound logistics)
การปฏิบัติการ (Operations)
การกระจายสินค้าและบริการ / โลจิสติกส์ขาออก (Outbound logistics)
การตลาดและการขาย (Marketing and Sales)
การดูแลลูกค้า (Customer services)
กิจกรรมสนับสนุน (Support activities)
หน่วยงานที่สนับสนุนการทำงานของกิจกรรมหลักทั้งหมด ได้แก่
ขั้นตอนที่ 2 การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้น
ระบุผลกระทบขององค์กรต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และผู้คน ทั้งผลกระทบเชิงลบและเชิงบวก ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น การประเมินผลกระทบ การตรวจสอบทางกฎหมาย ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) กลไกรับเรื่องร้องเรียน และการปรึกษาผู้มีส่วนได้เสียและผู้เชี่ยวชาญ หากองค์กรมีทรัพยากรจำกัด ควรระบุผลกระทบเชิงลบก่อนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ บริษัทได้ทำการวิเคราะห์แยกระดับความเกี่ยวข้องขององค์กรกับผลกระทบเชิงลบเป็น 3 ลักษณะ คือ การก่อให้เกิด (cause), การมีส่วนทำให้เกิด (contribute) และการเชื่อมโยงโดยตรงผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (directly linked) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรมีหน้าที่จัดการและเยียวยาอย่างไร
ขั้นตอนที่ 3 การประเมินนัยสำคัญของผลกระทบ
ประเมินความสำคัญของผลกระทบแต่ละรายการเพื่อจัดลำดับ โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สำหรับผลกระทบเชิงลบ พิจารณาจาก "ความรุนแรง (Severity)" ซึ่งประกอบด้วย ขนาด (scale), ขอบเขต (scope) และความยากในการแก้ไขเยียวยา (irremediable character) ผนวกกับ "โอกาสที่จะเกิด (Likelihood)" สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ส่วนผลกระทบเชิงบวก พิจารณาจากขนาดและขอบเขตของประโยชน์ ทั้งนี้ ในกรณีผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ความรุนแรงจะมีน้ำหนักเหนือกว่าโอกาสที่จะเกิดเสมอ และต้องประเมินนัยสำคัญโดยเปรียบเทียบระหว่างผลกระทบต่าง ๆ ขององค์กรเอง ขั้นตอนนี้สามารถบูรณาการเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) ได้ หากระบบนั้นประเมินผลกระทบต่อภายนอกควบคู่กับความเสี่ยงต่อองค์กร
ขั้นตอนที่ 4 การจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบเพื่อการรายงาน
เรียงลำดับผลกระทบจากมากไปน้อยตามนัยสำคัญ จัดกลุ่มผลกระทบที่เกี่ยวข้องกันเป็น "ประเด็นที่มีนัยสำคัญ (Material Topic)" และมีการกำหนดเส้นแบ่ง (threshold) เพื่อรายงานประเด็นที่มีนัยสำคัญ จากนั้นบริษัทฯ มีการตรวจสอบความสอดคล้องกับประเด็นสำคัญใน GRI Sector Standards และผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงผู้ใช้ข้อมูล ก่อนการนำเสนอผลให้คณะกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงพิจารณาอนุมัติ
ผลการประเมินประเด็นสำคัญถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนเป็นกรอบในการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยั่งยืนและการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวได้รับการทบทวนเป็นประจำทุกปี และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเห็นชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นสำคัญที่กำหนดยังคงสะท้อนสถานการณ์ทางธุรกิจและบริบทภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร (PSP Materiality Matrix)
Governance & Economic
- Corporate Governance and Business Ethics
- Anti-Corruption
- Risk Management & Business Continuity Management
- Conflict and Security
- Business Development and Resilience
- Innovation
- Process Improvement
- Tax Management
- Procurement Practices & Supplier management
- Customer and Product Stewardship
Social
- Occupational Health and Safety
- Employee Management
- Employee Development
- Corporate Philanthropy
Environment
- GHG emissions
- Energy Management
- Water Management and Emissions
- Waste Management
- Biodiversity
- ESG Compliance
ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ในฐานะกลไกสำคัญในการรับฟังมุมมอง ความคาดหวัง ข้อกังวล และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยตระหนักว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ การยกระดับการดำเนินงาน และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทฯ จึงกำหนดกรอบการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการระบุ จำแนก และจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเชื่อมโยงกับประเด็นความเสี่ยง ผลกระทบ และโอกาสที่อาจเกิดขึ้นในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการ
ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงจำแนกผู้มีส่วนได้เสีย ออกเป็น 9 กลุ่มหลัก ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ สื่อมวลชน และคู่แข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในแต่ละมิติ
เพื่อให้การมีส่วนร่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้ออกแบบช่องทางการสื่อสารและรูปแบบการมีส่วนร่วมให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม ผ่านทั้งการประชุมโดยตรง การสำรวจความคิดเห็น การประชุมผู้บริหารพบพนักงาน การประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมนักวิเคราะห์ การจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ การสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ อีเมล และช่องทางรับข้อร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนได้อย่างรอบด้าน
ข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับจากกระบวนการมีส่วนร่วมดังกล่าว จะถูกนำมาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงบริหาร เพื่อพัฒนากลยุทธ์องค์กร ปรับปรุงสินค้าและบริการ ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียและทิศทางการเติบโตของธุรกิจ
แนวทางการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การสื่อสารภายในองค์กร
- การประชุมระหว่างผู้บริหารพบพนักงาน (Town Hall)
- การประชุมพนักงานประจำเดือน
- การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ อินทราเน็ต และอีเมล
- การประชุมคณะกรรมการสวัสดิการ
- การสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรประจำปี
- การจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียน
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- ทิศทางการดำเนินธุรกิจ
- ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
- จริยธรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ
- คุณภาพชีวิตของพนักงาน
- ค่าตอบแทน สวัสดิการ และผลประโยชน์ที่เหมาะสม
- สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี
- การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
- การปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การกำกับดูแลกิจการ
- จริยธรรมทางธุรกิจ
- การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
- นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
- การดูแลพนักงาน
- การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
- สิทธิมนุษยชน
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าประจำปี
- การจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ /กิจกรรมทางการตลาด
- การพบปะและประชุมโดยตรงกับลูกค้า
- การสื่อสารออนไลน์/อีเมล
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต
- การบริการหลังการขาย
- การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
- การจัดการสิ่งแวดล้อม
- การตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของลูกค้า
- การรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า
- การปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผลิตภัณฑ์
- นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
- ก๊าซเรือนกระจก
- การจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ พลังงาน และขยะ
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
- สิทธิมนุษยชน
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
- การพบปะและประชุมโดยตรง
- ช่องทางรับข้อเสนอแนะนำ หรือข้อร้องเรียน
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- การกำกับดูแลกิจการที่ดี
- จริยธรรมทางธุรกิจ
- ความเสมอภาคในการทำธุรกิจ
- กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสและเป็นธรรม
- การรักษาข้อมูลความลับของคู่ค้า
- การปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
- การกำกับดูแลกิจการ
- การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
- สิทธิมนุษยชน
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
- สิทธิมนุษยชน
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
- การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
- ช่องทางสื่อสารอื่นๆเพื่อรับข้อแนะนำ หรือข้อร้องเรียน
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- ความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน
- การปฏิบัติตามกฎหมายด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม
- การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชนและสังคม
- การสร้างเครือข่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคม
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การมีส่วนร่วมในชุมชน
- กิจกรรมเพื่อสังคม
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การประชุมกรรมการในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
- การนำเสนอข้อมูลเพื่อการลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- การประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
- การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นที่เป็นธรรมและเท่าเทียม
- มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อเหตุการณ์
- มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
- มีผลการดำเนินงานที่ดีและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การกำกับดูแลกิจการ
- การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
- การบริหารจัดการความเสี่ยง และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การประชุมนักวิเคราะห์
- การประชุมร่วมกับเจ้าหนี้
- การเยี่ยมชมกิจการ
- การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- การปฏิบัติตามเงื่อนไขของการกู้เงินและหุ้นกู้
- การบริหารจัดการความเสี่ยง
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- จริยธรรมทางธุรกิจ
- การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
- การบริหารจัดการความเสี่ยง และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การร่วมสนับสนุนโครงการที่จัดขึ้นโดยภาครัฐ
- การเข้าร่วมในคณะทำงานของหน่วยงานภาครัฐ
- การเยี่ยมชมกิจการ
- การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่ต้องการ
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
- การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การมีส่วนร่วมในชุมชน
- กิจกรรมเพื่อสังคม
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
- การกำกับดูแลกิจการ
- การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- ข่าวประชาสัมพันธ์/การแถลงข่าว
- การสัมภาษณ์พิเศษตามที่สื่อต้องการ
- การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่ต้องการ
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- การได้รับข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์
- เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เท็จจริง
- การปฏิบัติต่อสื่อมวลชนที่ดี
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การกำกับดูแลกิจการ
- การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
- การมีส่วนร่วมในชุมชน
- กิจกรรมเพื่อสังคม
ช่องทางการมีส่วนร่วม
- การประชุมร่วมกันที่องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับในอุตสาหกรรม
- การร่วมกันทำงานเป็นเครือข่ายตามนโยบายภาครัฐ
ประเด็นผู้มีส่วนได้เสีย
- การแข่งขันที่เป็นธรรม
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
- การกำกับดูแลกิจการ
- ความท้าทายและโอกาส
- จริยธรรมทางธุรกิจ
- การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น
ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความไว้วางใจ เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงได้อย่างยั่งยืน โดยเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กร การยกระดับการดำเนินงาน และการสร้างคุณค่าร่วมอย่างต่อเนื่องต่อไป