อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
มุ่งสู่การเป็นองค์กรปลอดอุบัติเหตุ (Zero Accident Organization) โดยกำหนดเป้าหมายอัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ของพนักงานและผู้รับเหมาเป็น 0 ภายในปี 2572
พนักงานและผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทได้รับการอบรมหรือปฐมนิเทศด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามที่กำหนดครบ 100%
พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม Safety Talk ตามแผนงานที่กำหนดครบ 100%
ดำเนินการตรวจสอบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามแผนงาน ครอบคลุม 100% ของพื้นที่ปฏิบัติงานในโรงงานและสำนักงาน
ส่งเสริมให้พนักงานรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) อย่างน้อย 3 เรื่องต่อคนต่อปี พร้อมติดตามการแก้ไขและป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงเชิงรุก
จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉินอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี
ผลการสุ่มตรวจการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้รับเหมาเป็นไปตามข้อกำหนดในวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction: WI) ครบ 100%
บริษัทฯ ดำเนินการอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา ครอบคลุมหลักสูตรสำคัญ 12 หลักสูตร อาทิ Safety Induction, การประเมินความเสี่ยงและการระบุอันตราย, ความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมี (Chemical Safety & SDS), ความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักร (LOTO), การทำงานในที่อับอากาศ การทำงานบนที่สูง การป้องกันอัคคีภัย และความปลอดภัยด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง
บริษัทฯ จัดกิจกรรม "Safety Talk" อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) เพื่อพัฒนาระบบการป้องกันเชิงรุก
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงานและความปลอดภัยในพื้นที่โรงงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดการซ้อมแผนฉุกเฉิน ตามที่กำหนด
บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 ภายใต้หลักการ PDCA ครอบคลุมการระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยงตามลำดับชั้นของการควบคุม (Hierarchy of Controls) การสอบสวนอุบัติเหตุด้วยการวิเคราะห์สาเหตุราก (Root Cause Analysis) และการทบทวนผลโดยผู้บริหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน ผ่านแนวคิด "หยุดคิดก่อนทำ (Stop Think Act)" และ "1-Minute Safety Pause" การให้อำนาจพนักงาน "หยุดงานทันที" เมื่อพบสภาพไม่ปลอดภัย การแต่งตั้ง Safety Ambassador/Champion ในแต่ละพื้นที่ และระบบยกย่อง "พนักงานต้นแบบด้านความปลอดภัย"
บริษัทฯ ดำเนินการสื่อสารและรณรงค์ด้านความปลอดภัยรายเดือนอย่างต่อเนื่อง ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ และจัดการสำรวจวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture Survey) เป็นประจำทุกปี
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความต่อเนื่องทางธุรกิจ ชื่อเสียงองค์กร ต้นทุนการดำเนินงาน และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะในบริบทธุรกิจผลิตภัณฑ์หล่อลื่น เคมีภัณฑ์ และโลจิสติกส์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี เครื่องจักร และการปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุมพิเศษ บริษัทฯ จึงวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวอย่างรอบด้าน เพื่อบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการสร้างคุณค่าระยะยาว
ความท้าทายทางธุรกิจ
ความท้าทายสำคัญประการแรกคือลักษณะการดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงเฉพาะด้านสูง ทั้งการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่งผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและเคมีภัณฑ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารเคมี เครื่องจักร พื้นที่อับอากาศ การทำงานบนที่สูง และความเสี่ยงด้านอัคคีภัย การควบคุมอันตรายให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมและทุกพื้นที่ปฏิบัติงานจึงต้องอาศัยการระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยงเชิงรุก และมาตรการควบคุมตามลำดับชั้น (Hierarchy of Controls) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ความท้าทายประการต่อมาคือการขยายขอบเขตการบริหารจัดการความปลอดภัยให้ครอบคลุมผู้รับเหมาและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและต้องกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่ากับพนักงานขององค์กร การธำรงเป้าหมาย "องค์กรปลอดอุบัติเหตุ (Zero Accident Organization)" อย่างต่อเนื่อง ยังต้องอาศัยการปลูกฝังพฤติกรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน การส่งเสริมการรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) อย่างสม่ำเสมอ และการเตรียมความพร้อมตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน เช่น การรั่วไหลของสารเคมีหรืออุบัติเหตุจากการขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะและชุมชนโดยรอบ
โอกาสทางธุรกิจ
ในด้านโอกาส การบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างเป็นระบบภายใต้มาตรฐานสากล ISO 45001:2018 และหลักการ PDCA เปิดโอกาสให้บริษัทฯ ลดการบาดเจ็บ การเจ็บป่วยจากการทำงาน และความสูญเสียจากการหยุดชะงักของการผลิต ซึ่งช่วยทั้งการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การมีระบบบริหารจัดการความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงด้านการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Safety Culture) ผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ การให้อำนาจ "หยุดงานทันที" เมื่อพบสภาพไม่ปลอดภัย และระบบยกย่องพฤติกรรมเชิงบวก ยังเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ยกระดับความผูกพันของพนักงานและประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กัน ขณะที่การบูรณาการการฝึกอบรมความปลอดภัยกับการวิเคราะห์ช่องว่างสมรรถนะ (Competency Gap Analysis) ช่วยพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างตรงจุด ยิ่งไปกว่านั้น การกำกับดูแลความปลอดภัยของผู้รับเหมาอย่างเป็นระบบ และการซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภายนอก ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชนโดยรอบในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
บริษัทฯ กำหนดให้อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยพัฒนาและบูรณาการระบบการจัดการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 45001:2018 ภายใต้หลักการ PDCA (Plan-Do-Check-Act) มุ่งเน้นการป้องกันอุบัติเหตุ การลดความสูญเสีย และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ ภายใต้แนวคิด "ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบร่วม (Shared Responsibility)" โดยมีกลไกและแนวทางหลักดังนี้
| กลไกการดำเนินงาน | แนวทางหลัก |
|---|---|
| 1. การวิเคราะห์บริบทองค์กรและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย | ระบุและประเมินประเด็นความเสี่ยงและโอกาสด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับลักษณะงานแต่ละหน่วยงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้รับเหมามีส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็น |
| 2. การระบุอันตรายและการประเมินความเสี่ยง | ดำเนินการระบุอันตราย (Hazard Identification) และประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ครอบคลุมทุกกิจกรรม พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมตามลำดับชั้นของการควบคุม (Hierarchy of Controls) เช่น PPE การกำหนดพื้นที่ควบคุม และการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเครื่องจักร |
| 3. การกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความปลอดภัย | ประกาศนโยบายอย่างชัดเจน และกำหนดเป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น การลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และการมุ่งสู่ Zero Accident Organization พร้อมถ่ายทอดสู่การปฏิบัติในทุกระดับ |
| 4. การอบรมและเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย | จัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอสำหรับพนักงานและผู้รับเหมา พร้อมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย เช่น Safety Week, Safety Talk และกิจกรรมรณรงค์ |
| 5. การจัดการเหตุการณ์ อุบัติเหตุ และ Near Miss | จัดระบบรายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) พร้อมวิเคราะห์สาเหตุราก (Root Cause Analysis) และกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ |
| 6. การติดตาม ตรวจสอบ และทบทวนผลการดำเนินงาน | ตรวจติดตามภายในตามระบบ ISO 45001 และติดตามตัวชี้วัด (KPI) ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทบทวนผลโดยผู้บริหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
| 7. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง | ใช้ข้อมูลจากการประเมินความเสี่ยง ผลการตรวจสอบ เหตุการณ์อุบัติเหตุ และข้อเสนอแนะจากพนักงาน ในการปรับปรุงกระบวนการตามหลัก PDCA |
การสร้างความตระหนักและวัฒนธรรมความปลอดภัย
การสื่อสารและรณรงค์เชิงรุก ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ (อินโฟกราฟิก วิดีโอ ป้ายเตือน ช่องทางดิจิทัล) รวมถึง "Safety Quote of the Day"
การฝึกอบรมและจำลองสถานการณ์ ครอบคลุมงานเสี่ยงเฉพาะ (ที่อับอากาศ ที่สูง สารเคมี) พร้อมซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และการฝึกแบบ Scenario-based Learning
การส่งเสริมการมีส่วนร่วม ผ่าน "Safety Suggestion Box" โครงการ "พนักงานชี้จุดเสี่ยง" กิจกรรม Safety Walk และการแต่งตั้ง Safety Ambassador/Champion
การปลูกฝังพฤติกรรมเชิงป้องกัน ผ่านแนวคิด "หยุดคิดก่อนทำ" และ "1-Minute Safety Pause" พร้อมให้อำนาจพนักงาน "หยุดงานทันที" เมื่อพบสภาพไม่ปลอดภัย
การสร้างแรงจูงใจ ผ่านระบบยกย่อง "พนักงานต้นแบบด้านความปลอดภัย" และการจัดอันดับ (Safety Performance Ranking)
การติดตามและพัฒนาต่อเนื่อง ผ่านการสำรวจวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture Survey) เป็นประจำทุกปี
การฝึกอบรมพนักงานและผู้รับเหมา

ออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Assessment) และการวิเคราะห์ช่องว่างสมรรถนะ (Competency Gap Analysis) ครอบคลุม 12 หลักสูตร ทั้งพนักงานประจำ ผู้รับเหมา และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยจัดอบรมก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (Pre-job Training)

ส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย (ภาคทฤษฎี On-the-Job Training, Scenario-based Training และ Emergency Drill) พร้อมประเมินผลหลังอบรม (Training Effectiveness Evaluation)
การประเมินความเสี่ยงของผู้รับเหมาเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างอย่างรับผิดชอบ
คัดกรองศักยภาพก่อนการว่าจ้าง
โดยพิจารณาประวัติอุบัติเหตุ ระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (เช่น การรับรอง ISO 45001) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ประเมินความเสี่ยงตามลักษณะงาน
ร่วมกับผู้รับเหมา ผ่านเครื่องมือ HIRA สำหรับงานเสี่ยงเฉพาะ (งานไฟฟ้า ที่สูง ที่อับอากาศ)
มาตรการควบคุมเชิงป้องกันก่อนเริ่มงาน
เช่น การกำหนด PPE การออกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการประชุมชี้แจงก่อนเริ่มงาน (Toolbox Meeting)
การอบรมและควบคุมการเข้าพื้นที่
ผ่าน Safety Induction และระบบบัตรผ่าน (Safety Pass)
การติดตามและประเมินผลระหว่างและหลังงาน
ผ่าน Safety Inspection การบันทึกอุบัติเหตุ/Near Miss และการประเมินผลหลังงาน (Post-performance Evaluation) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลประกอบการคัดเลือกในอนาคต