เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมาย

ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน

ลดปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่นำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ภายในปี 2572

เพิ่มสัดส่วนของเสียที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ และลดปริมาณของเสียที่ส่งไปกำจัดขั้นสุดท้าย ตามหลัก 4Rs (Reduce, Reuse, Recycle และ Repurpose) และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ด้านการจัดการทรัพยากร

เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบหลัก ได้แก่ น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) สารเพิ่มคุณภาพ (Additives) และวัตถุดิบช่วยผลิต

ลดการสูญเสียวัตถุดิบในกระบวนการดำเนินงาน ครอบคลุมการจัดเก็บ การผสม การถ่ายเท และการบรรจุ

บริหารระดับวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบช่วยผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความต่อเนื่องในการผลิต ควบคุมต้นทุน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

ผลการดำเนินงานปี 2568

ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในปี 2568 มีของเสียรวม 894 ตัน ลดลงจาก 952 ตันในปี 2567 หรือร้อยละ 6.09 ประกอบด้วยของเสียอุตสาหกรรมอันตราย 554 ตัน ของเสียอุตสาหกรรมไม่อันตราย 232 ตัน และของเสียทั่วไป 108 ตัน

สัดส่วนของเสียทั้งหมดที่นำกลับมาใช้ประโยชน์คิดเป็น ร้อยละ 75.73

ของเสียอุตสาหกรรมไม่อันตรายได้รับการนำกลับมาใช้ประโยชน์ ร้อยละ 100

ของเสียที่ยังไม่ได้นำกลับมาใช้ประโยชน์คิดเป็น ร้อยละ 24.27 ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเพิ่มสัดส่วนการนำกลับมาใช้ประโยชน์ในอนาคต

ผลการประเมินความถูกต้องของการคัดแยกของเสียของพนักงานอยู่ที่ ร้อยละ 85 ผลการตรวจสอบคุณภาพการคัดแยกอยู่ที่ ร้อยละ 87 และผลการประเมินความตระหนักรู้ของพนักงานอยู่ที่ ร้อยละ 80

การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้ประมาณ ร้อยละ 5

ปริมาณการใช้กระดาษสำนักงานลดลงประมาณ ร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566

การบริหารวัตถุดิบตามหลักเข้าก่อนออกก่อน (First-In, First-Out: FIFO) ช่วยลดของเสียจากวัตถุดิบใกล้หมดอายุได้ประมาณ ร้อยละ 20

การยืดอายุการใช้งานและการนำน้ำมันหล่อลื่นกลับมาใช้ซ้ำ ช่วยลดการจัดซื้อน้ำมันหล่อลื่นใหม่ได้ประมาณ ร้อยละ 15

นำไม้พาเลทกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดปริมาณของเสียจากการดำเนินงาน

นำสารทำความสะอาด (Cleaning Solvent) กลับมาใช้ล้างอุปกรณ์ซ้ำ คิดเป็น ร้อยละ 30 และช่วยลดการจัดซื้อสารเคมีทำความสะอาดใหม่ได้ประมาณ ร้อยละ 20

นำพลาสติกเหลือใช้มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และดำเนินโครงการ “ธนาคารขยะรีไซเคิล (Recycle Waste Bank)” ร่วมกับโรงเรียนและเทศบาลในพื้นที่

พนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพนักงานทั้งหมดได้รับการอบรมและเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะ

ด้านการจัดการทรัพยากร

วางแผนการใช้และจัดหาวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบช่วยผลิตให้สอดคล้องกับแผนการผลิตและระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องในการผลิตและควบคุมต้นทุน

บริหารวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบช่วยผลิตอย่างเป็นระบบ โดยควบคุมวัตถุดิบแต่ละประเภทตามลักษณะการใช้งานและข้อกำหนดด้านคุณภาพ เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์

บริหารคลังและการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง โดยจัดเก็บวัตถุดิบตามคุณลักษณะและเบิกใช้ตามหลักเข้าก่อน–ออกก่อน (First-In, First-Out: FIFO) เพื่อลดการสูญเสียจากการเก็บรักษาและวัตถุดิบใกล้หมดอายุ

นำข้อมูลการจัดซื้อ ปริมาณสินค้าคงคลัง ปริมาณการใช้จริง และการสูญเสียวัตถุดิบมาวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการวางแผน ควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร

เชื่อมโยงการบริหารวัตถุดิบกับการลดของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาใช้วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน

ความท้าทายสำคัญประการแรกคือการที่ของเสียบางส่วนยังต้องพึ่งพาการกำจัดปลายทาง โดยในปี 2568 สัดส่วนของเสียที่ยังไม่ได้นำกลับมาใช้ประโยชน์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 24.27 ซึ่งของเสียอุตสาหกรรมอันตรายและไม่อันตรายส่วนใหญ่ถูกส่งไปกำจัดด้วยวิธีเผาทำลายโดยไม่นำพลังงานกลับมาใช้ (incineration without energy recovery) ขณะที่ขยะทั่วไปยังคงกำจัดด้วยการฝังกลบ (landfilling) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 70 ตันในปี 2566 เป็น 90 ตันในปี 2568 การบรรลุเป้าหมายลดการฝังกลบขยะอุตสาหกรรมให้เป็นศูนย์ภายในปี 2572 จึงต้องอาศัยการลดการพึ่งพาวิธีการกำจัดปลายทางอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ปริมาณของเสียอุตสาหกรรมอันตรายยังคงทรงตัวในระดับสูง (232 ตันในปี 2568) ซึ่งเป็นประเภทของเสียที่ต้องได้รับการจัดการตามข้อกำหนดเฉพาะและมีต้นทุนการจัดการสูง อีกทั้งบริษัทฯ ยังต้องกำกับดูแลผู้รับขนส่ง ผู้รับบำบัด และผู้รับกำจัดของเสียให้ดำเนินงานสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานตลอดกระบวนการ ซึ่งเป็นความท้าทายด้านการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่การจัดการของเสีย ประกอบกับความจำเป็นในการพัฒนาระบบข้อมูลด้านขยะและของเสียให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และตรวจสอบได้ เพื่อรองรับการวิเคราะห์แนวโน้ม การรายงานผล และการปฏิบัติตามกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ในด้านโอกาส การบริหารจัดการของเสียตามหลัก 4Rs (Reduce, Reuse, Recycle, Repurpose) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เปิดโอกาสให้บริษัทฯ สร้างมูลค่าและลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังเห็นได้จากการลดการใช้ทรัพยากรที่ต้นทาง การยืดอายุการใช้งานน้ำมันหล่อลื่นที่ช่วยลดการจัดซื้อใหม่ประมาณร้อยละ 15 การนำ Cleaning Solvent กลับมาใช้ประโยชน์ที่ช่วยลดการจัดซื้อสารเคมีประมาณร้อยละ 20 ตลอดจนการนำพลาสติกเหลือใช้มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดทั้งปริมาณของเสียและต้นทุนการดำเนินงานไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการคัดแยกของเสียที่อยู่ในระดับสูง (ความถูกต้องประมาณร้อยละ 85 และผลตรวจสอบคุณภาพประมาณร้อยละ 87 สูงกว่าเป้าหมาย) ยังเป็นรากฐานสำคัญที่เปิดโอกาสให้เพิ่มสัดส่วนการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์และลดการปนเปื้อนได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่การขยายผลสู่ชุมชนผ่านโครงการ "ธนาคารขยะรีไซเคิล (Recycle Waste Bank)" ร่วมกับโรงเรียนและเทศบาลในพื้นที่ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและภาพลักษณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้น การลดปริมาณของเสียและการเพิ่มการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการของเสีย และวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้านการจัดการทรัพยากร

ความท้าทายสำคัญประการแรกมาจากการที่ธุรกิจของบริษัทฯ พึ่งพาวัตถุดิบหลักประเภทไม่หมุนเวียน โดยเฉพาะน้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) และสารเติมแต่ง (Additives) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ การจัดหาวัตถุดิบเหล่านี้ต้องอาศัยคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และความต่อเนื่องจากผู้ส่งมอบ ทำให้บริษัทฯ ต้องบริหารความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา ความเพียงพอ และความต่อเนื่องของการจัดหาอย่างใกล้ชิด

ความท้าทายประการต่อมาคือการควบคุมการสูญเสียวัตถุดิบในกระบวนการดำเนินงาน ทั้งจากการเสื่อมสภาพ การปนเปื้อน การหมดอายุ และการสูญเสียระหว่างการจัดเก็บ การผสม การถ่ายเท และการบรรจุ ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมคุณภาพ การบริหารคลัง และการเบิกใช้ตามลำดับก่อน–หลังอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ การที่วัตถุดิบส่วนใหญ่ของบริษัทฯ เป็นวัสดุไม่หมุนเวียน ยังเป็นความท้าทายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุหมุนเวียนหรือวัสดุรีไซเคิลให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและข้อกำหนดด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์

ประการสำคัญ บริษัทฯ ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการจัดเก็บข้อมูลวัสดุเชิงปริมาณ เนื่องจากข้อมูลการใช้วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ตามกรอบ GRI 301 ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ครบถ้วนและเป็นระบบ ซึ่งเป็นความท้าทายในการติดตามแนวโน้ม การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการเปิดเผยข้อมูลด้านวัสดุอย่างต่อเนื่อง

ในด้านโอกาส การบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน เปิดโอกาสให้บริษัทฯ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไปพร้อมกัน ผ่านการวางแผนความต้องการวัตถุดิบที่แม่นยำ การควบคุมปริมาณคงคลังที่เหมาะสม และการลดการสูญเสียในกระบวนการ ซึ่งช่วยทั้งการควบคุมต้นทุน การรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ การนำข้อมูลด้านการจัดซื้อ ปริมาณคงคลัง การใช้จริง และการสูญเสียมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ยังเป็นโอกาสในการยกระดับการตัดสินใจเชิงธุรกิจและการบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมวางรากฐานสำหรับการเปิดเผยข้อมูลด้านวัสดุตามมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้น การเชื่อมโยงการบริหารจัดการวัตถุดิบเข้ากับแนวทางการลดของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนการพิจารณาใช้วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่หรือมีองค์ประกอบจากการรีไซเคิล เปิดโอกาสให้บริษัทฯ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันภายใต้บริบทเศรษฐกิจหมุนเวียนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การคัดแยกอย่างถูกต้อง และการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ บริษัทฯ ใช้หลัก 4Rs ได้แก่ Reduce, Reuse, Recycle และ Repurpose เป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการของเสียขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

หลัก 4Rs

Reduce
การลดการใช้ทรัพยากรและการลดของเสียที่แหล่งกำเนิด
Reuse
การใช้ซ้ำ
Recycle
การรีไซเคิล
Repurpose
การนำวัสดุเหลือใช้หรือของเสียมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ การลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น และการควบคุมการสูญเสียวัตถุดิบในกระบวนการดำเนินงาน โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น โครงการประหยัดน้ำและพลังงาน การลดการใช้กระดาษในสำนักงาน การบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าคงคลังตามหลัก FIFO และการลดของเสียจากวัตถุดิบคงค้างใกล้วันหมดอายุ แนวทางดังกล่าวช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดปริมาณขยะอุตสาหกรรมที่ต้องนำไปกำจัดในขั้นสุดท้าย

บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านการนำวัสดุ อุปกรณ์ และทรัพยากรที่ยังมีสภาพเหมาะสมกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรใหม่และลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบและยืดอายุการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการทำงานที่เหมาะสม และการนำไม้พาเลทที่ยังอยู่ในสภาพดีกลับมาใช้ซ้ำภายในองค์กร แนวทางดังกล่าวช่วยลดต้นทุนการจัดซื้อวัสดุใหม่ ลดปริมาณของเสียอันตรายและขยะจากวัสดุไม้ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรขององค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดแยกของเสียอย่างถูกต้องตั้งแต่แหล่งกำเนิด เพื่อเพิ่มสัดส่วนของขยะที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลหรือใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างเหมาะสม โดยมีการอบรมพนักงาน การสื่อสารและรณรงค์การคัดแยกขยะ และการตรวจสอบความถูกต้องของการคัดแยกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการนำของเสียจากน้ำมันและสารเคมีบางประเภทกลับมาใช้ประโยชน์ผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เช่น การนำกลับมาใช้เป็น Cleaning Solvent สำหรับล้างอุปกรณ์และภาชนะต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดการจัดซื้อสารเคมีใหม่ ลดปริมาณของเสียอันตรายที่ต้องนำไปกำจัด และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัทฯ มุ่งเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ผ่านการนำไปแปรรูปหรือประยุกต์ใช้ในรูปแบบใหม่ที่เหมาะสม เพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัดขั้นสุดท้ายและสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่ การนำพลาสติกเหลือใช้มาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานสำหรับใช้งานภายในองค์กร รวมถึงการดำเนินโครงการ “ธนาคารขยะรีไซเคิล (Recycle Waste Bank)” ร่วมกับโรงเรียนและเทศบาลในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะ การนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์ และการสร้างความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มคุณค่าจากวัสดุเหลือใช้ ลดปริมาณขยะที่เข้าสู่ระบบกำจัดขั้นสุดท้าย และขยายผลการจัดการของเสียจากภายในองค์กรสู่สังคมโดยรอบ

เพื่อให้การบริหารจัดการของเสียตามหลัก 4Rs เกิดผลอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้และความตระหนักแก่พนักงานทุกระดับ การสื่อสารแนวทางคัดแยกขยะอย่างสม่ำเสมอ และการติดตามตรวจสอบคุณภาพการคัดแยกของเสียในพื้นที่โรงงานและสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้จากการติดตามผลถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงมาตรการเฉพาะจุด ลดการปนเปื้อนของขยะ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการของเสียโดยรวมขององค์กร

บริษัทฯ อยู่ระหว่างยกระดับการบริหารจัดการของเสียให้เชื่อมโยงกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนากระบวนการจัดการของเสียเชิงระบบ การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการฝังกลบขยะอุตสาหกรรมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

ด้านการจัดการทรัพยากร

  1. บริษัทฯ วางแผนความต้องการใช้วัตถุดิบให้สอดคล้องกับแผนการผลิต ความต้องการของลูกค้า และระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการดำเนินงาน ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลน และป้องกันการสั่งซื้อเกินความจำเป็น
  2. บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุดิบหลัก ได้แก่ น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) และสารเติมแต่ง (Additives) รวมถึงวัตถุดิบช่วยผลิต เช่น ตัวทำละลายและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตและทำความสะอาด วัสดุบรรจุภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ ฝา ฉลาก และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัตถุดิบแต่ละประเภทได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมตามลักษณะการใช้งานและข้อกำหนดด้านคุณภาพ
  3. บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบวัตถุดิบก่อนรับเข้าและระหว่างการจัดเก็บตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบมีคุณภาพเหมาะสมต่อการใช้งาน สามารถรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และลดความเสี่ยงจากการใช้วัตถุดิบที่เสื่อมสภาพหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยมีการจำแนกวัตถุดิบออกเป็นวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบช่วยผลิต เพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน ความสำคัญต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ และโอกาสในการลดการสูญเสีย
  4. บริษัทฯ ควบคุมการจัดเก็บวัตถุดิบให้เหมาะสมกับคุณลักษณะของวัตถุดิบแต่ละประเภท โดยคำนึงถึงความปลอดภัย การป้องกันการปนเปื้อน การรักษาคุณภาพ และการลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพหรือการสูญเสียระหว่างการจัดเก็บ พร้อมทั้งบริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังโดยใช้หลักการหมุนเวียนวัตถุดิบอย่างเหมาะสม และควบคุมการเบิกใช้ตามลำดับก่อน–หลัง เพื่อลดความเสี่ยงจากวัตถุดิบคงค้าง วัตถุดิบใกล้หมดอายุ และการสูญเสียจากการเก็บรักษาเป็นเวลานาน
  5. บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการติดตามการใช้วัตถุดิบจริงในแต่ละขั้นตอนของการผลิต การถ่ายเท การผสม และการบรรจุ เพื่อระบุจุดสูญเสียและกำหนดแนวทางปรับปรุงที่เหมาะสม อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ ลดของเสียจากกระบวนการดำเนินงาน และทำให้สามารถระบุปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิตและการบรรจุได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งวัตถุดิบ วัสดุในกระบวนการ และวัสดุบรรจุภัณฑ์
  6. บริษัทฯ นำข้อมูลด้านการจัดซื้อ ปริมาณคงคลัง การใช้จริง และการสูญเสียของวัตถุดิบมาวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการวางแผน การตัดสินใจ การควบคุมต้นทุน และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
  7. บริษัทฯ มุ่งเชื่อมโยงการบริหารจัดการวัตถุดิบเข้ากับแนวทางการลดของเสียจากการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
  8. บริษัทฯ สนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยพิจารณาโอกาสในการใช้วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือวัสดุที่มีองค์ประกอบจากการรีไซเคิลตามความเหมาะสมของลักษณะธุรกิจ
  9. บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับวัสดุบรรจุภัณฑ์ในฐานะส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากร โดยมุ่งควบคุมการใช้ภาชนะบรรจุ ฝา ฉลาก และบรรจุภัณฑ์ประกอบอื่นให้เหมาะสมกับความต้องการของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางลดการสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม
  10. บริษัทฯ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำผลที่ได้มาใช้ในการทบทวน ปรับปรุง และยกระดับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ และเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน
พนักงาน
คู่ค้า
หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
ชุมชน
ด้านการจัดการทรัพยากร
พนักงาน
ลูกค้า
คู่ค้า

การดำเนินการด้านความยั่งยืน

โครงการของเรา

กิจกรรมของเรา