เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมาย

ด้านการจัดการน้ำ

ลดปริมาณการใช้น้ำลง ร้อยละ 5 ภายในปี 2572 เทียบกับปีฐาน 2566 พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดการสูญเสียน้ำ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ด้านการบริหารจัดการมลพิษ

ควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดให้อยู่ภายในค่ามาตรฐานที่กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกำหนดอย่างต่อเนื่อง

ควบคุมระดับเสียงจากการดำเนินงานให้อยู่ภายในค่ามาตรฐานที่กฎหมายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมกำหนด

องกันและลดผลกระทบด้านกลิ่น เสียง และคุณภาพอากาศจากการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายจำนวนข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญจากชุมชนเป็น 0 กรณี (Zero Significant Environmental Complaint)

ผลการดำเนินงานปี 2568

น้ำที่ดึงมาใช้ในปี 2568 รวม 61,383 ลบ.ม. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของกิจกรรมการดำเนินงานเป็นความท้าทายที่ต้องติดตามใกล้ชิด

แหล่งน้ำหลักคือ น้ำประปา/น้ำจากภายนอกทั้งหมด โดยไม่มีการใช้น้ำผิวดินหรือน้ำบาดาล

น้ำที่ดึงมาใช้ในปี 2568

61,383 ลบ.ม.

ระบบบำบัดน้ำเสียควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศโดยรอบจากผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้ง เป็นประจำทุกเดือน ตามรายงาน EIA Monitoring ปี 2568 พบว่า

  • ค่าทุกพารามิเตอร์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดทั้งปี
  • พารามิเตอร์ Barium ยกเลิกการตรวจวิเคราะห์แล้ว เนื่องจากไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Barium ในกระบวนการ

ส่งเสริมการใช้น้ำรีไซเคิลในพื้นที่ PSP1 สำหรับกิจกรรมที่เหมาะสม (เช่น การรดน้ำต้นไม้และงานทำความสะอาด) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 1 ของปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดในพื้นที่ PSP1 เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งใหม่

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ด้านการบริหารจัดการน้ำ

ความท้าทายทางธุรกิจ

ความท้าทายสำคัญประการแรกคือแนวโน้มปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณน้ำที่ดึงมาใช้รวม 61,383 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจาก 56,048 ลูกบาศก์เมตรในปี 2567 และ 50,038 ลูกบาศก์เมตรในปี 2566 เช่นเดียวกับปริมาณน้ำทิ้งและการใช้น้ำสุทธิที่เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินงานขององค์กรยังคงพึ่งพาทรัพยากรน้ำในระดับที่มีนัยสำคัญและเชื่อมโยงกับการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ การบรรลุเป้าหมายลดสัดส่วนการใช้น้ำลงร้อยละ 5 ภายในปี 2572 จึงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้น้ำและการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม

ความท้าทายประการต่อมาคือการที่บริษัทฯ พึ่งพาน้ำประปาหรือน้ำจากแหล่งภายนอกเป็นแหล่งน้ำหลักเพียงแหล่งเดียว โดยไม่มีการใช้น้ำผิวดินหรือน้ำบาดาล ทำให้ต้องบริหารความเสี่ยงด้านความเพียงพอและต้นทุนของแหล่งน้ำอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหลในระบบประปาและอุปกรณ์ ยังเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยการตรวจสอบ ติดตาม และพัฒนาระบบข้อมูลด้านน้ำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

โอกาสทางธุรกิจ

การยกระดับประสิทธิภาพการใช้น้ำเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ลดต้นทุนการใช้ทรัพยากรและลดความเสี่ยงด้านน้ำในระยะยาว ผ่านมาตรการลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหล การตรวจสอบระบบประปาและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้น้ำในพื้นที่สำนักงานและโรงงาน ซึ่งช่วยทั้งการควบคุมต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้ การเริ่มส่งเสริมการใช้น้ำรีไซเคิลในพื้นที่ PSP1 สำหรับกิจกรรมที่เหมาะสม (ปัจจุบันประมาณร้อยละ 1 ของการใช้น้ำในพื้นที่) ยังเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ขยายผลการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งภายนอกในอนาคต ขณะที่การควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง (ผ่านการตรวจวัดรายเดือนตาม EIA) ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของชุมชนและหน่วยงานกำกับดูแล และลดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น การส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมของพนักงานในการอนุรักษ์น้ำ ยังเป็นโอกาสในการสร้างวัฒนธรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ซึ่งสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้านการบริหารจัดการมลพิษ

ความท้าทายทางธุรกิจ

ความท้าทายสำคัญประการแรกคือการที่กิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งโรงงาน คลังผลิตภัณฑ์ และท่าเทียบเรือ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมลพิษหลายประเภท ทั้งการระบายอากาศเสียจากปล่อง เสียงจากเครื่องจักรและกิจกรรมขนถ่าย ตลอดจนกลิ่นจากการจัดเก็บและการขนถ่ายผลิตภัณฑ์ การควบคุมมลพิษให้ครบทุกมิติและทุกพื้นที่จึงต้องอาศัยมาตรการเชิงป้องกัน การบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการติดตามตรวจสอบอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ความท้าทายประการต่อมาคือการรักษาค่ามลพิษให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะค่าไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ที่ PSP 1 ซึ่งในปี 2568 อยู่ที่ 345 mg/m3 เทียบกับค่ามาตรฐาน 376 mg/m3 แม้จะผ่านเกณฑ์แต่อยู่ในระดับค่อนข้างใกล้ค่ามาตรฐาน จึงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้และการบำรุงรักษาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ประเด็นด้านเสียงและกลิ่นยังเป็นเรื่องที่อาศัยการรับรู้ของชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนได้แม้ค่าการตรวจวัดจะอยู่ในเกณฑ์ การป้องกันเหตุรำคาญและการบรรลุเป้าหมาย "ไม่มีข้อร้องเรียน" จึงต้องอาศัยการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการสื่อสารกับชุมชนอย่างใกล้ชิด ประกอบกับการปฏิบัติตามเงื่อนไข EIA ของหลายโครงการ (ท่าเทียบเรือ 3, 4 และ 5 และคลังผลิตภัณฑ์) อย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง

โอกาสทางธุรกิจ

ในด้านโอกาส การบริหารจัดการมลพิษอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบ ISO 14001 และมาตรการ EIA เปิดโอกาสให้บริษัทฯ ยกระดับความเชื่อมั่นของชุมชน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาใบอนุญาตประกอบกิจการและความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ (Social License to Operate) การที่ค่ามลพิษทางอากาศทุกพารามิเตอร์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในปี 2568 ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมที่แหล่งกำเนิด และเป็นรากฐานที่ดีในการรักษามาตรฐานการดำเนินงานในระยะยาว

นอกจากนี้ การพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบและการใช้ข้อมูลผลการตรวจวัดเป็นเครื่องมือในการประเมินแนวโน้มและปรับปรุงการดำเนินงาน เปิดโอกาสให้บริษัทฯ บริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากเหตุผิดปกติและข้อร้องเรียน ขณะที่การมีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและการตอบสนองอย่างเหมาะสม ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบ ยิ่งไปกว่านั้น การเสริมสร้างความรู้และความตระหนักด้านการควบคุมมลพิษแก่พนักงานและผู้รับเหมา ยังเป็นโอกาสในการสร้างวัฒนธรรมการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การควบคุมมลพิษในพื้นที่ปฏิบัติงาน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

การบริหารจัดการน้ำ

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการประเมินและติดตามปริมาณการใช้น้ำจากแหล่งน้ำหลัก การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้น้ำในพื้นที่สำนักงานและโรงงาน การตรวจสอบการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหล การส่งเสริมมาตรการลดการใช้น้ำ และการพัฒนาระบบข้อมูลด้านน้ำเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

การบริหารจัดการน้ำใช้และแหล่งน้ำ
  1. ติดตามปริมาณการใช้น้ำจากแหล่งน้ำหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินแนวโน้มและประสิทธิภาพการใช้น้ำในพื้นที่สำนักงานและโรงงาน เพื่อใช้กำหนดมาตรการปรับปรุงและลดการใช้น้ำ
  2. ลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหล ผ่านการตรวจสอบระบบประปาและอุปกรณ์ใช้น้ำภายในพื้นที่ดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
  3. ส่งเสริมความรู้และความตระหนักด้านการประหยัดน้ำแก่พนักงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
  4. ส่งเสริมการใช้น้ำรีไซเคิลในกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การรดน้ำต้นไม้และงานทำความสะอาดในบางพื้นที่ของโรงงาน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งภายนอก
การบริหารจัดการน้ำเสียในระบบบำบัดของบริษัทฯ
  1. ควบคุม ดูแล และพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ให้น้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก
  2. ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งตามพารามิเตอร์สำคัญอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบบำบัดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
  3. ใช้ข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์เป็นเครื่องมือในการติดตาม ทบทวน และปรับปรุง ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง
  4. จัดเก็บข้อมูลและรายงานผลด้านน้ำเสียและน้ำทิ้งอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการประเมินผล การป้องกันความเสี่ยง และการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการน้ำเสีย
  5. ส่งเสริมการอนุรักษ์น้ำภายในองค์กร ผ่านการสร้างความตระหนัก การรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การลดการสูญเสียน้ำในระบบ และการพิจารณานำน้ำกลับมาใช้ใหม่

การบริหารจัดการมลพิษ

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการมลพิษอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งควบคุมคุณภาพอากาศ เสียง และกลิ่น จากการดำเนินงานของโรงงาน คลังผลิตภัณฑ์ และท่าเทียบเรือ ภายใต้หลักการป้องกันมลพิษที่แหล่งกำเนิด การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ตลอดจนมาตรการป้องกันและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรายงาน EIA ของโครงการที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุม 5 ด้านหลัก ดังนี้

  1. การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
    • ควบคุมการระบายอากาศเสียจากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะปล่องและกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น ควัน หรือสารมลพิษ (เช่น SOx, NOx, ฝุ่นละออง)
    • ดูแลเครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบให้พร้อมใช้งาน พร้อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันและควบคุมการปฏิบัติงานตามเงื่อนไขที่กำหนด
    • ตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องตามรอบระยะเวลาและพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและประเมินประสิทธิภาพมาตรการควบคุม
  2. การบริหารจัดการมลพิษทางเสียง
    • ควบคุมเสียงจากเครื่องจักร อุปกรณ์ และกิจกรรมขนถ่ายที่แหล่งกำเนิด
    • ดูแลรักษาอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพเหมาะสมและควบคุมลักษณะการปฏิบัติงาน
    • ติดตามตรวจสอบระดับเสียงตามข้อกำหนดและมาตรการ EIA ของพื้นที่ท่าเทียบเรือและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพนักงานและชุมชน
  3. การบริหารจัดการปัญหากลิ่น
    • ป้องกันและลดผลกระทบด้านกลิ่นจากการจัดเก็บ การขนถ่าย และการดำเนินงานในพื้นที่คลังและท่าเทียบเรือ
    • ควบคุมการปฏิบัติงานตามมาตรการที่กำหนด และดูแลสภาพพื้นที่และอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน
    • ติดตามข้อร้องเรียนหรือข้อสังเกตจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
  4. การติดตามตรวจสอบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
    • ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามแผนและความถี่ที่กำหนดในกฎหมาย ข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล และมาตรการ EIA
    • ครอบคลุมการตรวจวัดอากาศจากปล่อง การติดตามด้านเสียง และการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
    • ใช้ข้อมูลจากการตรวจติดตามในการประเมินแนวโน้ม ทบทวนประสิทธิภาพมาตรการ และปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
  5. การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
    • รับฟังข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    • ใช้ข้อมูลข้อร้องเรียนร่วมกับผลการตรวจติดตามในการประเมินความเสี่ยงและทบทวนมาตรการควบคุมมลพิษ
    • ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนดของโครงการ

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ด้านการบริหารจัดการน้ำ
พนักงาน
ชุมชน
หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
ด้านการบริหารจัดการมลพิษ
พนักงาน
คู่ค้า
หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ

การดำเนินการด้านความยั่งยืน

โครงการของเรา

กิจกรรมของเรา