เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมาย

บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงความรับผิดชอบด้าน ESG

พัฒนาและสื่อสารแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

บูรณาการหลักเกณฑ์ด้าน ESG เข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ประเมิน และติดตามผลการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างเป็นระบบ

ขยายการประเมินคู่ค้าสำคัญด้าน ESG ให้ครอบคลุม 100% ภายในปี 2572 พร้อมติดตามการแก้ไขประเด็นความเสี่ยงที่ตรวจพบ

ศึกษาและพัฒนาแนวทางการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) สำหรับคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทาน

เพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อวัตถุดิบและการบริหารต้นทุน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มากกว่า 15% ภายในปี 2572

ผลการดำเนินงานปี 2568

เริ่มนำกรอบการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG มาใช้กับคู่ค้ารายใหม่ทุกราย

ดำเนินการประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลด้าน ESG ของคู่ค้า รวมถึงการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการของคู่ค้า (On-site Visit)

อยู่ระหว่างศึกษาและจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)

อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD)

จำแนกคู่ค้าตามกลุ่มวัตถุดิบและสินค้า ได้แก่ ADDITIVE, BASE OIL และบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้บริหารจัดการความเสี่ยงและความสำคัญของคู่ค้า

ประเมินคู่ค้าใหม่รายสำคัญที่ผ่านการวิเคราะห์ด้าน ESG ได้แก่ กลุ่ม ADDITIVE 5 ราย, BASE OIL 7 ราย และบรรจุภัณฑ์ 5 ราย

ดำเนินการติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณวัตถุดิบ พร้อมปรับกระบวนการสั่งซื้อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง

เริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสต็อกสินค้า

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ความท้าทาย

บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานภายใต้บริบทที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ความต่อเนื่องในการจัดหา คุณภาพสินค้า การปฏิบัติตามกฎหมาย และความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และสิทธิมนุษยชนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นอกจากนี้ การขยายแนวปฏิบัติด้าน ESG ไปยังคู่ค้าและผู้รับเหมาจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสาร การประเมิน การติดตามผล และการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานมีมาตรฐานเดียวกันและสามารถลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาส

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพ การส่งมอบ ต้นทุน และชื่อเสียงองค์กร รวมถึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ขณะเดียวกัน การประเมินคู่ค้าด้าน ESG การพัฒนา Supplier Code of Conduct และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคลังวัตถุดิบ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งเสริมความร่วมมือระยะยาวกับคู่ค้า และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

  • กำหนดแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • คัดเลือกและประเมินคู่ค้าบนพื้นฐานของความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ
  • นำกรอบการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG มาใช้ในกระบวนการพิจารณาคู่ค้ารายใหม่
  • ประเมินคู่ค้าในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน และบรรษัทภิบาล
  • ศึกษาและจัดทำ Supplier Code of Conduct เพื่อกำหนดความคาดหวังด้านการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบร่วมกับคู่ค้า
  • ศึกษาแนวทาง HRDD เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
  • ใช้ Spend Analysis และการจัดกลุ่มคู่ค้าเพื่อบริหารความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญของคู่ค้า
  • ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการของคู่ค้า เพื่อประเมินคุณภาพ ระบบบริหารจัดการ และความสอดคล้องด้าน ESG
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการคลังวัตถุดิบ เพื่อลดต้นทุน ลดการสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
  • นำเทคโนโลยี เช่น Automation, Inventory Forecasting และ IoT มาสนับสนุนการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

คู่ค้าและผู้รับเหมา
ลูกค้า
พนักงาน
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
ชุมชนและสังคม
หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล

การดำเนินการด้านความยั่งยืน

โครงการของเรา